6 เหตุผลทำไมกระแส เมสซี่ กระหึ่มหลังคว้าแชมป์บอลโลก

นาทีนี้คงไม่มีใครเป็นกระแสในโลกออนไลน์มากกว่า ลีโอเนล เมสซี่ แล้ว หลังจากสตาร์วัย 35 ปีช่วยพา
อาร์เจนติน่า คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 มาครอง นับเป็นความสำเร็จที่แฟนบอลทั่วโลกอยากเห็น หรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟนฟุตบอลก็ร่วมยินดีกับความสำเร็จของเขาด้วย มาดูกันว่าเหตุผลทำไม เมสซี่ “ฟีเวอร์” ถึงเป็นกระแสทั่วโลก

  1. แชมป์นี้แชมป์เดียวที่รอคอย
    ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ แทบจะกวาดรางวัลมาทุกรายการที่เขาลงเล่นทั้งระดับสโมสรและระดับทีมชาติ เริ่มจากรางวัลระดับสโมสร เขาชูถ้วยมาทั้งหมด 37 ครั้งกับ บาร์เซโลน่า และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งได้แก่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 3 สมัย, ลาลีกา สเปน 10 สมัย, โกปา เดล เรย์ 7 สมัย, สแปนิช ซูเปอร์ คัพ 8 สมัย, ลีกเอิง 1 สมัย, เฟร้นช์ ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย, สโมสรโลก 3 สมัย

ขณะที่แชมป์ระดับทีมชาติ ก่อนทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2022 เขาก็กวาดมาถึง 4 รายการได้แก่ เหรียญทองโอลิมปิก, ฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี, ฟินาลิสซิม่า และ โคปา อเมริกา อย่างไรก็ตามเหลือฟุตบอลรายการเดียวซึ่งเป็นรายการสำคัญที่ เมสซี่ ยังไม่สามารถทำได้นั่นคือ ฟุตบอลโลก หากเขาเลิกเล่นฟุตบอลไปโดยที่ไม่ได้ชูถ้วยฟุตบอลโลก มันจะกลายเป็นข้อครหาไปตลอดชีวิต

หลังจากผ่านความพยายามคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมา 4 ครั้ง ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก ลีโอเนล เมสซี่ จึงได้ประกาศว่า ฟุตบอลโลก ปี 2022 จะเป็นครั้งสุดท้ายของเขา และถ้าหากบทสรุปครั้งนี้ เขาสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกไปครองได้สำเร็จ มันจะเป็นจุดจบที่สวยงามที่สุด ซึ่งเขาก็ทำได้เหมือนกับที่พูดไว้ เมสซี่ ได้ชูถ้วยฟุตบอลโลกเป็นสมัยแรก เป็นการปิดตำนานอย่างสมบูรณ์แบบ 

2. เทียบชั้น มาราโดน่า
ดีเอโก้ มาราโดน่า ถือเป็นบุคคลในตำนานของวงการลูกหนังและเป็นฮีโร่ของชาว อาร์เจนติน่า หลังจากพาทัพ “ฟ้าขาว” คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 1986 พร้อมกับสร้างตำนานเหตุการณ์ “แฮนด์ ออฟ ก็อด” กลายเป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลมาจนถึงทุกวันนี้ แน่นอนว่าหาใครยากที่จะขึ้นมาเทียบเคียง มาราโดน่า หรือบางทีอาจจะไม่มีใครทำได้แล้วด้วยซ้ำ

จนกระทั่งโลกฟุตบอลได้รู้จักกับ ลีโอเนล เมสซี่ เขาคว้าความสำเร็จล้นหลามจนถูกเชิดชูใกล้เคียงกับรุ่นพี่ในทีมชาติอย่าง มาราโดน่า แต่ความสำเร็จเดียวที่ เมสซี่ ยังทำไม่ได้เหมือนกับ มาราโดน่า คือการพาทีมคว้าแชมป์เวิลด์คัพ ทว่าในท้ายที่สุด เมสซี่ ก็ทำได้สำเร็จ แต่น่าเสียดายที่ มาราโดน่า ไม่ได้อยู่ชื่นชมความสำเร็จบนโลกนี้แล้ว แต่เชื่อว่า มาราโดน่า คงยิ้มอยู่ที่ใดที่หนึ่งแน่ๆ 

3. เมสซี่ เหนือกว่า โรนัลโด้ แล้ว
“ลีโอเนล เมสซี่ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ใครเก่งกว่ากัน?” ถือเป็นหนึ่งในคำถามของวงการฟุตบอลที่เป็นที่ถกเถียงกันมานานแสนนาน หากพูดถึงฝีเท้าคงไม่สามารถบอกได้ว่าใครเหนือกว่ากัน เพราะว่ามันแล้วแต่บุคคลจะชื่นชอบสไตล์การเล่นของใคร ทว่าหากพูดถึงความสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างถ้วยแชมป์ คงต้องบอกเลยว่าตอนนี้ เมสซี่ แซงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้มีสิ่งหนึ่งที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เหนือกว่าคือความสำเร็จในระดับทีมชาติ โรนัลโด้ มีส่วนสำคัญในการพาทีมชาติ โปรตุเกส คว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร 2016 ซึ่ง ณ ขณะนั้น เมสซี่ ยังไม่มีความสำเร็จใดๆเลยในทีมชาติ จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว เมสซี่ ซิวแชมป์ โคปา อเมริกา 2021 ได้สำเร็จ และตอนนี้เขาก็คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 แบบต่อเนื่อง หลายคนพูดว่านี่อาจเป็นข้อยุติสำหรับคำถามว่าใครเหนือกว่ากัน เพราะ เมสซี่ มีแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลมานอนกอดแล้ว

4. โพสต์ IG ก็สุดปัง
นอกจากความสำเร็จในสนามที่มีเหนือกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แล้ว นอกสนามก็แซงหน้าเหมือนกัน ทุกคนรู้ดีว่า โรนัลโด้ ถือเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่มียอดผู้ติดตามใน อินสตาแกรม ทะลุหลัก 500 ล้านคน ดังนั้นเวลาเจ้าตัวเคลื่อนไหวอะไรในอินสตาแกรมจะกลายเป็นไวรัลได้แบบง่ายดาย ซึ่ง โรนัลโด้ กลายเป็นเจ้าของสถิติโพสต์ไอจีของนักกีฬาที่มียอดไลค์มากที่สุด ราว 42 ล้านไลค์ ในรูปแคมเปญที่ เขา และ เมสซี่ เล่นหมากรุกกัน ซึ่งโพสต์ดังกล่าวลงก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ไม่นานนัก 

อย่างไรก็ตาม เมสซี่ สามารถทุบสถิติดังกล่าวได้เรียบร้อยแล้ว โดย ดาวเตะอาร์เจนไตน์ ได้โพสต์รูปของตัวเองที่กำลังชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 พร้อมกับแคปชั่น “แชมเปี้ยนส์ของโลกนี้” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้รับความนิยมล้าหลามจนมียอดไลค์กระฉูดถึง 55 ล้านไลค์ ณ เวลานี้

5. แบกหลังหักจนเป็นแชมป์
แม้ความสำเร็จในฟุตบอลโลกครั้งนี้ต้องยกเครดิตให้กับนักเตะ,โค้ช และบุคคลากรทุกคนในทีม อาร์เจนติน่า ชุดนี้ ทว่า ลีโอเนล เมสซี่ สมควรได้รับคำชื่นชมในฐานะ “เดอะแบก” ของทีมตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ คงไม่ผิดหากจะพูดว่าถ้าไม่มี เมสซี่ ทัพฟ้าขาวอาจไปไม่ถึงแชมป์ เขาถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของนักเตะในทีมชุดนี้ ทุกคนพร้อมสู้เพื่อนำแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกมาให้กับเขา ในทางกลับกันหาก เมสซี่ โชว์ฟอร์มโดดเด่น เพื่อนร่วมทีมก็จะเล่นดีตามกันไปด้วย

ดาวเตะเปแอสเช ระเบิดฟอร์มตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มจนถึงนัดชิงชนะเลิศ เขาทำสถิติมีส่วนร่วมถึง 10 ประตูแบ่งเป็นยิง 7 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ แถมคว้ารางวัล “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ถึง 5 นัดด้วย นอกจากนี้ เมสซี่ ยังซิวรางวัล “โกลเด้น บอล” หรือนักเตะยอดเยี่ยมประจำศึก ฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งถือเป็นสมัยที่ 2 ของเขา หลังจากเคยได้ในปี 2014 ไม่แปลกที่เขาจะเป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” หลังจบทัวร์นาเมนต์

6.ตอกย้ำความเป็น GOAT
G.O.A.T หรือ Greatest of All Time แปลว่า “ยอดเยี่ยมตลอดกาล” คำนี้มักจะใช้บ่อยครั้งในวงการฟุตบอลโดยเฉพาะกับนักเตะที่ขึ้นชื่อว่าระดับโลก ซึ่ง เมสซี่ มักจะมาคู่กับวลีนี้เป็นประจำ แต่การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ถือเป็นการตอกย้ำว่าเขาเป็นนักเตะยอดเยี่ยมตลอดกาลของจริงๆ ไม่รู้ว่าในอีก 5-10 ข้างหน้าจะมีคนที่ไขว่คว้าความสำเร็จแซงหน้าเขาหรือเปล่าย แต่ตอนนี้เขายืนอยู่ในฐานะเบอร์ 1 ของวงการฟุตบอล ณ เวลานี้ ยากที่ใครจะโค่นเขาลง

แล้วคุณล่ะ คิดว่า เมสซี่ คือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกประวัติศาสตร์ฟุตบอลหรือไม่ ??
“ถ้าอยากดูบอลสนุกกว่าเดิม จิ้มเลย อย่ามัวรอ ^^”